- 16
- ตุลาคม
- 2010
HM4 THUNDERBOLT หนึ่งในสุดยอดนาฬิกากลไกและความคิดสร้างสรรค์
ความธรรมดานั้นน่ากลัว “คือวาทะของทิม เบอร์ตันที่แม็กซิมิเลียน บุสเซอร์ชื่นชอบ ซึ่งใช้สะท้อนตัวตนและผลงานของเขาได้ดี นาฬิกาข้อมือที่สร้างสรรค์ภายใต้ชื่อ MB&F ที่เขาก่อตั้งขึ้นเองจึงไม่เคยธรรมดาทั้ง HM1, HM2, HM3 ดูราวกับหลุดออกมาจากนิยายหรือภาพยนตร์ไซไฟ หรือแม้แต่ผลงานที่ถูกนำมาปรับโฉมใหม่อย่าง HM2 ที่เพิ่มสีน้ำเงินเข้าไป และ HM3 Frog ที่นำเอาเจ้าหน้าที่รับจดลิขสิทธิ์ถึงกับงงไปชั่วขณะ “นาฬิกาไฮเอนด์เนี่ยนะชื่อกบ?” เขาเล่า “แต่ผมว่ามันเหมือนกับตากับเวลากระโดดขึ้นจากน้ำมากเลยนะ”
จะมีสักกี่คนในโลกที่ผลิตสินค้าแต่ไม่สนใจเรื่องการขายเหมือนเขา “ผมคิดถึงบริษัทในฝันมาตลอด แล้วในฝัน ผมก็ไม่เคยต้องขายของด้วย ผมชอบอธิบายให้คนฟังมากกว่าผมทำอะไรแทนที่จะ ‘ตกลงคุณจะซื้อไหม’ และยิ่งกว่านั้นความที่มร.บุสเซอร์เป็นวิศวกรจึงหลงใหลในกลไกมากเสียจนคิดสร้าง “กลไกอันงดงามที่สมารถบอกเวลาได้แทนที่จะเป็นกลไกที่ผลิตขึ้นสำหรับบอกเวลา” และเขายังกล้าพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำด้วยว่าไม่สนใจว่าใครจะชอบผลงานของเขาหรือไม่ “นั้นคือสิ่งที่ทำให้เราต่างจากคนอื่น ผมว่างานที่เราทำไม่ใช่เพื่อให้ทุกคนพอใจ แต่มันเป็นการค้นหาตัวเองของเราเองมากกว่า”
ไม่น่าเชื่อว่าบริษัทเล็กๆที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่กี่ปีจะเชื้อเชิญให้ช่างนาฬิกาอิสระ ตลอดจนนักคิดสร้างสรรค์มาร่วมงานกันและสร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการนาฬิกาที่ยืนยาวมากกว่า 400 ปีได้มากขนาดนี้ อย่างผลงานล่าสุดของเขา HM4 Thunder ซึ่งมร.บุสเซอร์ผู้หลงใหลในนาฬิกา (แต่งานอดิเรกใหม่ของเขาตอนนี้คือการเล่นกีตาร์) บอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องบิน A-10 Thunderbolt แทนที่จะเป็นหุ่นยนต์เกลนไดเซอร์หรือยานอวกาศจากสตาร์วอร์สเหมือนงานชิ้นก่อนๆ ...ถ้าอย่างนั้นเขาก็เป็นฮาวเวิร์ด ฮิวจ์ในภาพยนตร์เรื่อง The Aviator น่ะสิ “จะว่างั้นก็ได้นะถึงผมจะไม่ได้มีอาการหลงเพ้อไปกับความยิ่งใหญ่เหมือนเขาก็ตาม อืม ผมคงเป็นฮาวเวิร์ด ฮิวจ์แห่งโลกนาฬิกา เพราะทำนาฬิกาแทนที่จะสร้างเครื่องบิน” มร.บุสเซอร์บอกและเล่าถึงที่มาของความชอบในเครื่องบิน “ตอนเด็กๆผมชอบโมเดลเครื่องบินมาก ขนาดว่ามีวางเต็มชั้นหนังสือ แล้วยังขนเอาเสื้อผ้าออกจากตู้แล้วเอาเครื่องบินใส่แทนจนแม่โกรธมากๆแต่เด็กในวันนั้นก็ทำเครื่องบินของตนเองได้แล้วในวันนี้”
บทบรรยายในเอกสารประชาสัมพันธ์บอกว่า “การจะบรรยายกลไกของ HM4 ผ่านการทำงานของจักรกลคงเหมือนการบรรยายภาพจิตรกรรมของเรอนัวร์ผ่านองค์ประกอบของสีสัน” ซึ่งหมายถึงความต้องเพ่งพิศพินิจพิเคราะห์จึงจะดื่มด่ำกับนาฬิกานี้ได้อย่างเต็มที่ด้วยผลงานที่มร.บุสเซอร์บอกว่า “ผมภูมิใจมาก”นี้ใช้เวลาในการพัฒนานาน 3 ปีและใช้เวลาในการผลิตเรือนละ 12-18 เดือน และยังแหวกล้ำไม่เหมือนใคร

และภายใต้รูปลักษณ์เหมือนหลุดออกมาจากโลกอนาคต นาฬิกากลับแสดงเวลาแบบมาตรฐานคือชั่วโมง นาที และปริมาณพลังงานสำรองโดยไร้ซึ่งคอมพลิเคชั่นใดๆแบบในนาฬิกาชั้นสูงอื่นๆ ทว่าการทำงานกลับไม่ธรรมดา เพราะเพียงแค่ชิ้นส่วนกว่า 300 ชิ้นที่ประกอบขึ้นเป็นกลไก ทั้งลานคู่ในแนวนอน รางเฟืองในแนวตั้งที่ส่วนพลังงานไปยังกระบอกที่คล้ายท่อไอพ่นซึ่งแสดงเวลาและปริมาณพลังงาน ก็ทำให้เจ้านาฬิกาเรือนนี้เป็นคอมพลิเคชั่นในตัวมันเอง เหมือนอย่างที่แจ๊ก ฟอสเตอร์นักเขียนชื่อดังเคยอธิบายว่า “ก่อนหน้า MB&F คอมพลิเคชั่นก็คือทูร์บิญ็งปฏิทินถาวร มินิท รีพีทเตอร์ โครโนกราฟ แต่เมื่อ MB&F กำเนิดขึ้นก็ได้สร้างคอมพลิเคชั่นใหม่ขึ้นมา... นั่นก็คือตัวกลไกเอง”
แต่นอกจากความสลับซับซ้อนของกลไกแล้ว HM4 ยังถือเป็นงาน “ประติมากรรมเคลื่อนไหว” (Kinetic Sculpture) ในตัวมันเองอีกด้วย “ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นศิลปินนะ”
มร.บุสเซอร์ว่า “ตั้งแต่เด็กอะไหล่หล่อหลอมให้ผมเป็นศิลปินได้เลย แต่ถ้าเป็นเรื่องกลไกล่ะก็งานศิลปะของผม”